เรื่องน่าเบื่อเกี่ยวกับ Fiction
posted on 09 Oct 2006 16:29 by whitechoc in Talk-with-meมันเป็นเรื่องที่อัดอั้นตันใจมานานแล้ว ทั้งในฐานะคนเขียนฟิคชั่นและคนอ่าน คนเม้นท์ฟิค และคนไม่เม้นท์ฟิค ตลอดจนเป็นผู้เข้าไปใช้บอร์ดที่ลงฟิค
จะว่าเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วกัน
Part 1: คนเขียนฟิค
อันว่าคนเขียนก็มีหลายประเภท ทั้งคนที่เขียนเอง คิดเรื่องเองทั้งหมด / คนที่เอาพล็อตจากเรื่องอื่น ๆ มา หรือเรียกว่าได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง .... เช่น นิทาน การ์ตูน เรื่องเขาเล่าว่า อะไรพวกนี้ / และพวกที่ไม่ทำอะไรเลย รอก๊อบอย่างเดียว แค่เปลี่ยนชื่อตัวละคร เปลี่ยนคำพูดบางอย่างนิดหน่อย นอกนั้นโขกเขามาเป๊ะ ๆ (บางรายหนักกว่า ไม่ลงทุนเปลี่ยนอะไรเลย นอกจากชื่อคนเขียน เหอ ๆ เอากะมันสิ!)
จะว่าเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วกัน
Part 1: คนเขียนฟิค
อันว่าคนเขียนก็มีหลายประเภท ทั้งคนที่เขียนเอง คิดเรื่องเองทั้งหมด / คนที่เอาพล็อตจากเรื่องอื่น ๆ มา หรือเรียกว่าได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง .... เช่น นิทาน การ์ตูน เรื่องเขาเล่าว่า อะไรพวกนี้ / และพวกที่ไม่ทำอะไรเลย รอก๊อบอย่างเดียว แค่เปลี่ยนชื่อตัวละคร เปลี่ยนคำพูดบางอย่างนิดหน่อย นอกนั้นโขกเขามาเป๊ะ ๆ (บางรายหนักกว่า ไม่ลงทุนเปลี่ยนอะไรเลย นอกจากชื่อคนเขียน เหอ ๆ เอากะมันสิ!)
เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเว็บไหนที่เป็นเรื่องกัน ประมาณว่าเจ้าของเว็บเอาฟิค Y ไปลง แต่เว็บเขารู้สึกจะไม่ค่อยมีคนเข้า ก็มีเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่งไปเอาฟิคเขามาลงในบอร์ดอื่น พอมีคนจำได้ ก็เป็นเรื่องสิคะ ก๊อบมาทั้งดุ้น แถมแอบอ้างว่าไปว่ามา เด็กน้อยน่ารักคนนั้นเธอก็พ่นออกมาประมาณว่า"เว็บพี่น่ะไม่ค่อยมีคนเข้า พี่ควรจะขอบคุณหนูนะคะ ที่เอาฟิคในเว็บพี่ออกมาให้คนอื่นเขาได้อ่าน"
เอ่อ ... ถ้าข้าน้อยเป็นเจ้าของเว็บก็คงไม่ต้องขอบคุณหรอก ไม่ได้ขอร้องให้น้องเอาไปช่วยเผยแพร่นะคะ (ดีนะ ไม่ได้เกิดขึ้นกับข้าน้อย ไม่งั้นลมออกหูแน่) ไม่รู้มีมันสมองเอาไว้ทำไม ถึงคิดเรื่องแบบนี้ได้
ก็ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้มากนัก ไอ้เรื่องก็อบฟิคชาวบ้านเนี่ย มันมีมาแต่สมัยไหนแล้ว จนบัดนี้รุ่นเก่าหายไป (ทั้งที่ละอายใจเลิกไปเอง / เริ่มมีสามัญสำนึกมากขึ้น เพราะของที่ตัวเองแปลงมาก็โดนคนอื่นก๊อบไป อีกรอบเหมือนกัน แบบแอบอ้างชื่อไปเฉยเลย 555) แต่มันก็มีรุ่นใหม่ ๆ โผล่มาอีกจนได้ ซึ่งที่บอกว่ารุ่นใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเด็ก ๆ เท่านั้น คนที่อายุเกิน 20 ก็ยังมี
สำหรับคนที่เขียนเอง ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อควรตำหนิ (แถมค่อนข้างควรถูกตำหนิมาก ๆ ด้วย)
ไม่เข้าใจเลย ให้ตายเหอะ โรบิน! ทำไมนะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่คำที่สะกดยาก มหัศจรรย์พันลึกขนาดนั้น แค่คำว่า "ทำไม" "ขอโทษ" "เข้าใจ" ถึงได้พิมพ์เป็น "ทำมัย" "ขอโทด" "เข้าจัย" ไปซะได้ ไม่ใช่คำยากจริง ๆ เลยนะ
ครั้นจะมาอ้างว่า เป็นฟิคชั่นนะคะ เป็นภาษาพูดนะคะ เป็นศัพท์วัยรุ่นนะคะ หรือ ไม่ใช่บทความวิชาการนะคะ จะต้องมาเขียนให้ถูกต้องเป๊ะ ๆ ............. แหม นั่นก็ถูกหรอกนะ แต่นี่นะ มันเขียนให้คนอ่าน ไม่ได้พูดให้คนฟังนี่คะ
อย่างภาษาพูดเช่น
ก็ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้มากนัก ไอ้เรื่องก็อบฟิคชาวบ้านเนี่ย มันมีมาแต่สมัยไหนแล้ว จนบัดนี้รุ่นเก่าหายไป (ทั้งที่ละอายใจเลิกไปเอง / เริ่มมีสามัญสำนึกมากขึ้น เพราะของที่ตัวเองแปลงมาก็โดนคนอื่นก๊อบไป
สำหรับคนที่เขียนเอง ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อควรตำหนิ (แถมค่อนข้างควรถูกตำหนิมาก ๆ ด้วย)
ไม่เข้าใจเลย ให้ตายเหอะ โรบิน! ทำไมนะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่คำที่สะกดยาก มหัศจรรย์พันลึกขนาดนั้น แค่คำว่า "ทำไม" "ขอโทษ" "เข้าใจ" ถึงได้พิมพ์เป็น "ทำมัย" "ขอโทด" "เข้าจัย" ไปซะได้ ไม่ใช่คำยากจริง ๆ เลยนะ
ครั้นจะมาอ้างว่า เป็นฟิคชั่นนะคะ เป็นภาษาพูดนะคะ เป็นศัพท์วัยรุ่นนะคะ หรือ ไม่ใช่บทความวิชาการนะคะ จะต้องมาเขียนให้ถูกต้องเป๊ะ ๆ ............. แหม นั่นก็ถูกหรอกนะ แต่นี่นะ มันเขียนให้คนอ่าน ไม่ได้พูดให้คนฟังนี่คะ
อย่างภาษาพูดเช่น
"เอโกะจางงงง (มาจากคำว่า เอโกะจัง) (นามสมมุติ)) ทามมายมาช้าจางงงง "
อะไรแบบเนี๊ย ซึ่งแน่นอน อันนี้มันได้อรรถรสในการอ่านแน่ ถ้ามันเป็นประโยคพูดแค่ประโยคเดียวของคนทั ก หรือคนเมาเหล้าพูดไม่รู้เรื่อง
แต่บรรทัดต่อ ๆ ไปทุกคำพูด ก็ยังเป็นอยู่อีกนี่สิ ทั้ง ๆ ที่ตัวละครมันกำลังอยู่ในสภาวะปกติ
ถ้าต้องอ่านทั้งเรื่องด้วยภาษาแบบนี้น่ะ มันน่าอ่านนักมั๊ยล่ะ
แล้วก็แปลก ที่คนเขียนประเภทนี้ น้อยคนนัก (ขอย้ำว่าแค่บางคน) ช่างไม่มีพัฒนาการและการปรับปรุงตัวเอาซะเ
ตัวข้าน้อยเองก็ไม่ได้เป็นคนที่ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง เขียนไทยสมัยเรียนก็แทบจะตกด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ก็ยังเขียนคำยาก ๆ บางคำไม่ถูกต้อง แต่ก็อย่างที่บอก คำบางคำที่ง่าย ๆ ที่เป็นคำสามัญชนธรรมดาน่ะ ช่วยใช้ให้ถูกหน่อย มันก็คงจะช่วยให้รื่นสายตาบ้าง
อีกเรื่องหนึ่งเห็นบ่อยในบอร์ดฟิค ณ ปัจจุบันนี้ กับหัวข้อกระทู้ เช่น
1. [Fic].........Part 5 [AxB]ตอนนี้ A ใจร้าย B น่าสงสารล่ะ โดย .....
2. [Fic].........Part 10 [AxBxC]ตอนนี้ A เริ่มรู้ใจตัวเองแล้ว B เข้าใจผิดอีกแล้วล่ะ C เริ่มร้ายอีกแล้วโดย .....
3. [Fic].........[AxB]ตอนนี้เรทกระจาย หื่นมาก ๆ ขอบอก B ยั่วชะมัดเลยล่ะ โดย .....
อ่านแล้วคิดว่าไง เมื่อเทียบกับกระทู้หัวข้อฟิคที่เป็นแค่ ชื่อเรื่อง + ชื่อตอน + ตอนที่ + คู่ ตัวอย่างด้านบนเนี่ย มันเป็นอะไรที่ไม่เปิดอ่านก็รู้เลยว่าเรื่ องเป็นไง คือเรื่องอาจจะสนุก แต่ ... ไม่น่าลุ้นเลย จากเดิมคิดว่าเรื่องนี้ใช้ได้ ก็กลับเป็นหมดไฟที่จะกระตือรือล้นอ่านกระท ันหัน
กรณีฟิคติดเรทเนี่ย ข้าน้อยว่าแค่วงเล็บว่า [NC-17] [Rate] หรือ [Rate ค่อนข้างมาก เด็กไม่ควรอ่าน] ก็พอแล้ว ไม่เห็นต้องบรรยายในหัวข้อเลยว่า ใครเป็นยังไง ใครยั่วใครหื่น ใครร้าย ใครโง่ ใครเศร้า เฮ่อ
อีกกรณีหนึ่งที่น่ารำคาญ คือ ประเภทเขียนฟิคแบบตัดตอนต่อไปแบบไร้ซึ่งศา สตร์และศิลป์มาก ๆ เห็นได้จากเว็บบอร์ดที่มักให้จะมีลิมิตคำใ ห้ในการโพสแต่ละครั้ง เช่น
กรณีที่เรื่องมันยังเป็นส่วนต่อเนื่องกันอ ยู่ ดันมาตัดไปซะ กำลังคุยกันอยู่ดี ๆ ว่า
"จะไปกินข้าวไหนดี"
"ไปร้าน .. สิ อร่อยนะ"
"เหรอ... อืม ก็ได้ "
To Be Con...
พอตอนต่อไปก็
"เหรอ... อืม ก็ได้ "
"งั้นเย็นนี้เจอกันะ"
................. ตัดฉากอื่นต่อไป
ถามจริง ๆ เหอะ จะตัดไปทำไม กะอีแค่นี้ ต่อให้มันจบ ๆ ไปเลยดิ บางทีทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า หรือว่าเครื่องข้าน้อยจะเสียหว่า รีเฟรชไม่ขึ้น หรือมันรับไม่ได้
อีกกรณีสุดท้าย
สำหรับคนเขียนที่ชอบบอกว่า "ถ้าไม่มีคนเม้นท์ / คนเม้นท์น้อย / เม้นท์ไม่ถึง 20 / ไม่ติด Hot ................. จะไม่ลงต่อแล้วนะ"
อีกเรื่องหนึ่งเห็นบ่อยในบอร์ดฟิค ณ ปัจจุบันนี้ กับหัวข้อกระทู้ เช่น
1. [Fic].........Part 5 [AxB]ตอนนี้ A ใจร้าย B น่าสงสารล่ะ โดย .....
2. [Fic].........Part 10 [AxBxC]ตอนนี้ A เริ่มรู้ใจตัวเองแล้ว B เข้าใจผิดอีกแล้วล่ะ C เริ่มร้ายอีกแล้วโดย .....
3. [Fic].........[AxB]ตอนนี้เรทกระจาย หื่นมาก ๆ ขอบอก B ยั่วชะมัดเลยล่ะ โดย .....
อ่านแล้วคิดว่าไง เมื่อเทียบกับกระทู้หัวข้อฟิคที่เป็นแค่ ชื่อเรื่อง + ชื่อตอน + ตอนที่ + คู่ ตัวอย่างด้านบนเนี่ย มันเป็นอะไรที่ไม่เปิดอ่านก็รู้เลยว่าเรื่
กรณีฟิคติดเรทเนี่ย ข้าน้อยว่าแค่วงเล็บว่า [NC-17] [Rate] หรือ [Rate ค่อนข้างมาก เด็กไม่ควรอ่าน] ก็พอแล้ว ไม่เห็นต้องบรรยายในหัวข้อเลยว่า ใครเป็นยังไง ใครยั่วใครหื่น ใครร้าย ใครโง่ ใครเศร้า เฮ่อ
อีกกรณีหนึ่งที่น่ารำคาญ คือ ประเภทเขียนฟิคแบบตัดตอนต่อไปแบบไร้ซึ่งศา
กรณีที่เรื่องมันยังเป็นส่วนต่อเนื่องกันอ
"จะไปกินข้าวไหนดี"
"ไปร้าน .. สิ อร่อยนะ"
"เหรอ... อืม ก็ได้ "
To Be Con...
พอตอนต่อไปก็
"เหรอ... อืม ก็ได้ "
"งั้นเย็นนี้เจอกันะ"
................. ตัดฉากอื่นต่อไป
ถามจริง ๆ เหอะ จะตัดไปทำไม กะอีแค่นี้ ต่อให้มันจบ ๆ ไปเลยดิ บางทีทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า หรือว่าเครื่องข้าน้อยจะเสียหว่า รีเฟรชไม่ขึ้น หรือมันรับไม่ได้
อีกกรณีสุดท้าย
สำหรับคนเขียนที่ชอบบอกว่า "ถ้าไม่มีคนเม้นท์ / คนเม้นท์น้อย / เม้นท์ไม่ถึง 20 / ไม่ติด Hot ................. จะไม่ลงต่อแล้วนะ"
ข้าน้อยเองแม้จะเขียนฟิคไม่เยอะแต่ก็รู้หรอกนะ ว่าน่าดีใจแค่ไหน ถ้ามีคนมาเม้นท์ฟิคที่ข้าน้อยเขียน แน่นอนข้าน้อยรู้ว่าการไม่เม้นท์ฟิคเป็นมารยาท ที่ไม่ดี
แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของคนอ่านนะ จะไปบังคับทำไม ถ้าได้คอมเม้นท์ที่ไม่มีประโยชน์ อย่างคำโดด ๆ ที่ดูจะไม่ค่อยมีประโยชน์
"หนุก ๆ" (สนุกยังไง เรื่องสนุก หรือตัวละครมันดูดี)
" เอาอีก ๆ"
"โห"
"อืม" (สองอันนี้มันหมายถึงอะไรล่ะ)
"เม้นท์ก่อนเดี๋ยวค่อยอ่าน" (อันสุดท้ายนี่ถ้ามาเจอในฟิคข้าน้อยเนี่ย มันน่าโมโหนัก ถ้าหลังจากอ่านแล้วไม่เม้นท์เนี่ย)
ยิ่งคำขู่ที่ว่าถ้าไม่เม้นท์จะไม่มาต่อเนี่ย ช่างไม่มีจรรยาบรรณและสปิริตของคนเขียนฟิค
ต่อไปอาจจะมี Part ระบายเกี่ยวกับคนคอมเม้นท์ Fiction (ถ้ามีอารมณ์จะเขียนนะ)
Tags: comment, fiction14 Comments
เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน
#1 By [[ Dr Devil ]] on 2006-10-09 16:34